การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังสำหรับคนหูตึง

เครื่องช่วยฟัง Beurer คุณภาพดีจากเยอรมัน

การเลือกเครื่องช่วยฟัง เปรียบเทียบข้อดี / ข้อเสีย ของเครื่องช่วยฟังแบบต่างๆ

หลายคนพบว่าตนเองกำลังมีปัญหาการได้ยิน และกำลังเลือกว่าควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบไหนดี หลักๆ แล้วเครื่องช่วยฟังมี 3 ประเภท
คือเครื่องช่วยฟังแบบกล่อง เครื่องช่วยฟังแบบคล้องหูหรือทัดหู และเครื่องช่วยฟังใส่ในรูหู

ตัวอย่างการใช้เครื่องช่วยฟังแบบกล่อง


เครื่องช่วยฟังแบบกล่อง

ข้อดีข้อเสีย
– ปุ่มควบคุมมีขนาดใหญ่
– กำลังขยายสูง ดูแลง่าย
– ใช้ถ่านไฟฉายธรรมดา หาซื้อง่าย
– ราคาถูก
– เสียงรบกวนมาก
– ไม่เป็นธรรมชาติ สายรุงรัง
– เครื่องขนาดใหญ่มองเห็นง่าย

ตัวอย่างการใช้เครื่องช่วยฟังแบบคล้องหู



แบบทัดหลังหู หรือแบบคล้องหู

ข้อดีข้อเสีย
– ขนาดกะทัดรัด
– คุณภาพเสียงดีขึ้น
– ราคาปานกลาง
– คล้องหู เกะกะ
– ไม่สะดวกสำหรับผู้สวมแว่นตา
– ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
– ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น (ประมาณ 2-3 สัปดาห์ / ก้อน)

ตัวอย่างการใช้เครื่องช่วยฟังแบบใส่ในรูหู



เครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหู

ข้อดีข้อเสีย
– ซ่อนตัวได้ ด้วยความที่มีขนาดเล็กและอยู่ในช่องหู คนรอบข้างคุณจึงอาจไม่เห็นว่าคุณกำลังใส่เครื่องช่วยฟังอยู่

– คุณภาพเสียงดี ไร้เสียงลม เนื่องจากมีใบหูกันไว้ เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจึงอาจไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงลมซักเท่าไหร่

– สบายไร้สาย ไม่เกะกะ ไม่ต้องกังวลกับสายนำเสียง หรือตัวเครื่องที่ต้องคล้องหู

– คุยมือถือได้ คุณสามารถเอาโทรศัพท์มือถือแนบกับหูเพื่อพูดคุยได้ตามปกติ

– เครื่องใส่ในหู ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติที่สุด

-ไม่เหมาะกับผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจะเหมาะกับผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น หากต้องการกำลังเสียงที่มากขึ้น จึงควรเปลี่ยนไปใช้เครื่องช่วยฟังประเภททัดหลังหู

– ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น (ประมาณ 1-2 สัปดาห์/ก้อน)

– ลูกเล่นน้อยกว่า เนื่องจากเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูมีขนาดเล็ก ไม่สามารถออกแบบให้มีปุ่มหรือมีแผงวงจรที่ซับซ้อนได้ จึงอาจไม่สามารถปรับการใช้งานได้หลากหลายเท่ากับเครื่องช่วยฟังประเภทอื่น

เลือกซื้อสินค้าจัดโปรโมชั่น ได้ที่เว็บพันธมิตร มีส่วนลดพิเศษ

healthcare.9dee.com